แนะนำสูตรอาหาร พร้อมวิธีทำ ทำกินก็ได้ ทำขายก็รวย ติดตามกันด้วยนะคะ :-)


August 02, 2016

นมโปรตีนคุณภาพ ลดความเสี่ยงโรคในทารก

สถาบันโภชนาการเนสท์เล่ โดย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกับศูนย์วิจัยโภชนาการเด็ก มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย เผยผลวิจัยโภชนาการในทารกล่าสุดพบว่า การได้รับโปรตีนในปริมาณสูงจากนมผงในช่วงแรกของชีวิต เป็นสาเหตุสำคัญของการมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ด้วยเหตุนี้จึงเร่งทำความเข้าใจกับพ่อแม่ยุคใหม่เพื่อสร้างปราการป้องกันอุบัติภัยของโรคลุกลามสู่โรคเรื้อรังร้ายแรงเมื่อลูกน้อยเติบโตและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคภูมิแพ้ต่อเนื่องในระยะยาวด้วยโปรตีนคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการในแต่ละช่วงวัย


ศาสตราจารย์ปีเตอร์ เดวีส์ จากศูนย์วิจัยโภชนาการเด็ก มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรคอ้วนในเด็กกลายเป็นปัญหาที่ไม่อาจมองข้าม เพราะนอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการมีพัฒนาการที่สมวัยแล้ว และเมื่อเป็นแล้วก็จะมีความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมา เห็นได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของเด็กที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐานที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยสาเหตุของการเกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในช่วงวัยนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งการบริโภคโปรตีนในปริมาณสูงจากนมที่ทารกได้รับในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิตถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยสำคัญปัจจัยหนึ่ง


 โดยปริมาณโปรตีนในนมแม่จะลดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอดจาก3.0กรัม/100 กิโลแคลอรี เหลือประมาณ 1.2 กรัม/100 กิโลแคลอรี หลังจากนั้นปริมาณโปรตีนจะค่อนข้างคงที่ ต่างจากทารกที่ได้รับนมผง ซึ่งมีโอกาสรับโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไปในช่วงขวบปีแรกของชีวิต จนทำให้ร่างกายของทารกจะมีการหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญ ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น นำไปสู่การเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อโตขึ้น ซึ่งถือเป็นผลกระทบที่รุนแรงต่อร่างกายในระยะยาว

ด้าน ศาสตราจารย์แพทย์หญิง จรุงจิตร์ งามไพบูลย์กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย เผยว่า นอกจากผลการศึกษาเรื่องปริมาณและคุณภาพของโปรตีนที่มีผลต่อการเกิดโรคอ้วนในเด็กแล้ว ยังมีการวิจัยถึงผลของโปรตีนคุณภาพที่สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ โดยกระทรวงศึกษาและวิจัย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (The German Federal Ministration of Education and Research) ที่มุ่งศึกษาถึงผลของการให้นมสูตรลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ (Hypoallergenic) ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ ด้วยโครงสร้างโปรตีนแตกต่างกัน และชนิดของโปรตีนที่มีผลต่อการป้องกันโรคภูมิแพ้ในระยะยาว ซึ่งมีระยะเวลาการติดตามผลนานถึง 15 ปี

"นมแม่ยังคงเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เนื่องจากเป็นโปรตีนคนที่ทารกต้องการได้รับ ต่างจากนมผงที่ได้จากนมวัวซึ่งเป็นโปรตีนสัตว์ ทั้งนี้ นมแม่ยังมีพรีไบโอติกและโพรไบโอติก 2 ตัวนี้จะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานอาหารของทารก ให้เกิดการแพ้อาหารน้อยลง รวมถึงภูมิแพ้อื่น ๆ ที่อาจตามมา โดยทารกควรได้รับประทานนมแม่เป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน

ในกรณีที่นมแม่มีไม่พอ แนะนำให้เลือกใช้นมที่มีโปรตีนคุณภาพสูง หรือโปรตีนเวย์ 100% ที่ผ่านการย่อยบางส่วน ในปริมาณที่เหมาะสมใกล้เคียงกับนมแม่ให้ทารกรับประทานเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 4-6 เดือน ก็จะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกาย ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วน และโรคร้ายแรงเรื้อรังอื่น ๆ รวมทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้ได้อีกด้วย"

ศ.พญ.จรุงจิตร์ยังได้เผยอีกว่า ความเสี่ยงในการแพ้ของทารกยังสามารถป้องกันได้อีกทางหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงคุณแม่ตั้งครรภ์

"แวดวงสูติแพทย์ได้มีการพูดคุยกันถึงกรณีหญิงมีครรภ์ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากถึง 20-30 กิโลกรัม ซึ่งถือว่ามากเกินไป อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ ในที่สุดอาจทำให้มีปัญหาครรภ์เป็นพิษต้องผ่าออกก่อนกำหนด ความดันสูง มีปัญหาเรื่องชัก เป็นต้น ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับ

สตรีมีครรภ์นั้นควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นราว 8-12 กิโลกรัม โดยคำนวณจากน้ำหนักเดิม เพราะมีการค้นพบว่าแม่ที่น้ำหนักตัวเพิ่มมาก ลูกก็มีโอกาสที่จะตัวใหญ่ มีเซลล์ไขมันมาก มีโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนสูงขึ้น เพราะเป็นการเพิ่มปริมาณของเซลล์ไขมันของร่างกายตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กแรกเกิดจึงควรมีน้ำหนักไม่เกิน 3,500 กรัม หรือเฉลี่ยที่ 3,000 กรัม ก็จะดีที่สุด

ทั้งนี้ยังสัมพันธ์ไปถึงอาหารที่เหมาะสมสำหรับหญิงมีครรภ์ ค่านิยมในการโหลดอาหาร เช่น กินนมวันละ 1-2 แก้ว กินไข่วันละ 1-2 ฟอง รวมไปถึงกรณีที่แม่แพ้ท้องอยากกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินปกติ ก็สามารถเป็นสาเหตุที่จะกระตุ้นให้เด็กที่คลอดออกมาเกิดการแพ้อาหารชนิดนั้น ๆ ได้ อาทิ แม่แพ้ท้องอยากกินสปาเกตตีทุกวัน วันละหลายมื้อ ทั้งที่เดิมกินเพียง 2-3 ครั้งต่อเดือน เมื่อคลอดอาจทำให้เด็กแพ้แป้งสาลีได้ เป็นต้น คำแนะนำคือกินอาหารตามปกติที่เคยกิน ถ้าจะกินนมก็ควรกินนมสำหรับคนท้อง เพราะจะมีปริมาณสารอาหารที่เหมาะสม และไม่ใช่ทุกคนที่ต้องมากินนม 1-2 แก้วทุกวัน ควรกินอาหารที่หลากหลายไม่จำเจ อย่างมีสมดุล จะช่วยให้โอกาสที่ลูกเกิดการแพ้มีน้อยลง"

ที่มา ข่าวสด


แฟนเพจจ้า!

Deal เครื่องใช้ในครัวเรือน สุดฮอต ลดกระหน่ำ


เมนูที่คนอ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.