รู้ทัน “โรคข้อเข่าเสื่อม” ก่อนอาการป่วยถามหา

โรคข้อนับเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะแต่กับผู้สูงอายุเท่านั้น และหนึ่งในโรคข้อที่สร้างทุกข์ใจแก่ผู้ป่วยมากที่สุดคือ “โรคข้อเข่าเสื่อม” สำหรับไทยเองมีประชากรเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมประมาณ 6 ล้านคน นอกจากจะเจ็บปวดจากอาการเข่าเสื่อมแล้ว ยังต้องเสียค่ารักษาหลักแสนในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วย ยิ่งในผู้สูงอายุยิ่งต้องกังวลว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ อาทิ เบาหวาน ควานดันโลหิตสูง เนื่องจากไม่สามารถออกกำลังกายได้นั่นเอง
ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM (โอเปอเรชั่น บิม) นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลจากสารสกัดธรรมชาติ และผู้วิจัยพืชไทยต้านโรคข้อเข่าเสื่อมได้สำเร็จ เปิดเผยว่า โรคข้อเสื่อมเกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อ (Cartilage ประเภท 2) ลดลง ซึ่งตามปกติกระดูกอ่อนผิวข้อจะทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวดูดซับแรงกดภายในข้อ และป้องกันไม่ให้กระดูกที่อยู่ภายใต้กระดูกอ่อนกระแทกกระดูกอีกฝั่ง หากกระดูกอ่อนผิวข้อเหล่านี้ลดลง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม น้ำหนักหรือแรงกดที่กระทำกับข้อ และเอ็นรอบข้อถูกยึด ข้อขัด ข้อฝืด งอเข่าได้ไม่สุดและมีเสียงดังในข้อ เวลาขยับข้อเข่าจากการเสียดสีกันของผิวข้อที่ไม่เรียบ จะส่งผลให้กระดูกใต้กระดูกอ่อนผิวข้อสัมผัสกัน เป็นเหตุให้เกิดอาการปวดข้อเข่า และสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอักเสบและปวดข้อก็มาจากการที่เม็ดเลือดขาวหลั่งสาร TNF alpha, IL-6 และ IL-17 ออกมามากเกินไปนั่นเอง
พร้อมกล่าวอีกว่า โรคข้อเข่าเสื่อมโดยทั่วไปจะพบมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป กลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักมากเกิน มีขาหรือเข่าที่ผิดรูป ผู้ที่ออกกำลังกายที่มีการกระแทกอย่างแรง จึงขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม โดยในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ควรจะลดน้ำหนักลงให้อยู่ในระดับเหมาะสม เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น การเดินแทนการวิ่ง งดพฤติกรรมที่อันตรายต่อข้อเข่านานๆ อาทิ คุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งยองๆ กับพื้นนานๆ เป็นต้น
สำหรับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ศ.ดร.พิเชษฐ์ เผยว่าสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธี ได้แก่ การล้างข้อด้วยการใช้การส่องกล้องช่วยล้างน้ำไขข้อที่อักเสบ การผ่าตัดจัดแนวกระดูกขา ใช้ในกรณีขาโก่งผิดรูปเล็กน้อย และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการผ่าตัดเอาผิวข้อที่สึกออกไปและทดแทนด้วยผิวข้อเทียม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว และยังมีระยะพักฟื้นอีกหลายเดือน แต่สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการผ่าตัด ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่เป็นวิธีธรรมชาติ ซึ่งสามารถต้านโรคข้อเข่าเสื่อมได้ โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ไทยสามารถสกัดพืชไทย 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก โดย สารสกัดดังกล่าวเมื่อเสริมฤทธิ์กันมีคุณสมบัติในการลดการหลั่งสาร TNF alpha, IL-6 และ IL-17 ของเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ สร้างภาวะภูมิคุ้มกันที่สมดุลให้กับร่างกาย นอกจากนี้ สารสกัดจากธรรมชาติยังสามารถเสริมสร้างคอลลาเจนและกระดูกอ่อนเมื่อมีการใช้งานต่อเนื่องอีกด้วย
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไป ได้แก่ รับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว ออกกำลังกายชนิดส่งแรงกระแทกข้อเข่าน้อย เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดิน จะช่วยให้ข้อเข่าแข็งแรงขึ้น และห่างไกลจากโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา
ที่มา matichon