รู้จัก "แก้วมังกร" ผลไม้เพื่อคนรักสุขภาพ

แก้วมังกร เป็นผลไม้ชื่อแปลกแถมหน้าตาก็แปลก ชาวเอเชียเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า "Dragon Fruit" ความหมายก็คล้าย ๆ ชื่อเรียกของไทย ถ้าเป็นแถบยุโรปเรียก "Pitaya" และเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบอเมริกากลาง ไม่ใช่มาจากจีนที่หลายคนเข้าใจ เป็นไม้ในตระกูลกระบองเพชร ลำต้นมีหนามแหลม มีดอกสีขาว สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาค ผลผลิตมีมากในช่วง เดือน พ.ค.-ต.ค.เลยทีเดียว
แก้วมังกรมี 3 สายพันธุ์ที่นิยมปลูก
เปลือกแดง เนื้อขาว รสชาติหวานน้อย อมเปรี้ยวนิดหน่อย
เปลือกแดง เนื้อแดง รสชาติหวานกว่าทุกพันธุ์
เปลือกเหลือง เนื้อขาว ชนิดนี้ไม่ค่อยพบเห็นมากนัก รสชาติหวาน
คุณค่าทางอาหารที่ซ่อนอยู่
ลักษณะของผลเป็นทรงรี ผิวไม่เรียบ ข้างในมีเม็ดสีดำคล้ายเม็ดแมงลักหรือเม็ดงา เป็นผลไม้ที่มีไขมันไม่อิ่มตัว แคลอรี่ต่ำ เนื้อเยอะทำให้อิ่มท้องได้นาน ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี (สูง) แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีกากใยสูงอีกด้วย
สรรพคุณในด้านต่าง ๆ
ช่วยเรื่องผิวพรรณ แน่นอนว่าวิตามินเยอะขนาดนี้ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สดชื่น ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัย และริ้วรอยต่าง ๆ บำรุงกระดูกและฟัน
ลดน้ำหนัก เป็นผลไม้ที่มีรสหวานก็จริง แต่หมดห่วงเรื่องน้ำตาลไปได้เลยเพราะแคลอรี่ต่ำ ทำให้ระบบขับถ่ายดี แก้อาการท้องผูก สามารถรับประทานได้บ่อย
ป้องกันและบรรเทาโรค ช่วยป้องกันโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ เบาหวาน และบรรเทาภาวะโลหิตจาง ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้ร่างกาย บรรเทาอาการโรคความดันโลหิต
ช่วยดูดซับสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างจากยาฆ่าแมลงในผักผลไม้ หรือควันพิษจากท่อไอเสีย
เป็นผลไม้ที่มองแต่รูปร่างภายนอกไม่ได้จริง ๆ แม้รูปร่างหน้าตาดูไม่น่ารับประทาน แต่คุณประโยชน์จัดเต็มขนาดนี้ บอกเลยต้องลอง...ปัจจุบันหารับประทานได้ไม่ยาก ราคาไม่แพง วิธีรับประทานก็แค่ผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักรับประทานได้ทันที นำมารับประทานได้หลายรูปแบบ ทั้งกินสด ๆ ปั่นเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ หรือจะทานคู่กับไอศกรีม กินเป็นสลัด ได้สารพัดเมนู... แต่การรับประทานผักผลไม้ก็ควรสลับสับเปลี่ยนให้หลากหลายอย่าทานเพียงชนิดเดียวติดต่อกันนาน ๆ อาจได้สารอาหารไม่ครบถ้วนนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารเพื่อนแพน vol. 33 จากแพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)www.panrc.com